เคหาสน์เทวีนิทรา

เคหาสน์เทวีนิทรา
ยาสึนาริ คาวาบาตะ เขียน
แดนอรัญ แสงทอง แปล
หอนางโลมของชายชราผู้ไม่แข็งขัน
อิกูชิ ชายชราวัย 67 ปี ผู้ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีหอนางโลมประเภทนี้อยู่ด้วย หอนางโลมประเภทนำหญิงสาวผู้หลับไหลไม่ได้สติ มานอนกับชายชราผู้ไม่สามารถปลุกความปราถนาของตนได้ มันจะเป็นอย่างไร เขาใคร่อยากรู้เสียเต็มประดา
ด้วยความที่ตนยังสามารถขับเคลื่อนพลังทางเพศอยู่ เขาจึงรู้สึกเหนือกว่าชายทั่วไปที่มาใช้บริการที่นี่ พลางเย้ยหยันถึงความมูมมาม ตระกละตระกรามไม่รู้จักพอ จนถึงเกลียดชังในสิ่งที่เขาจินตนาการถึงการกระทำที่ชายชราเหล่านั้นทำกับเด็กสาวที่นอนหลับไหล
แต่สุดท้ายกลายเป็นเขาเสียเองที่เป็นอย่างนั้น
จากที่ต้องการลองเพียงครั้งเดียว อิชูกิกลับมาซ้ำและกลายเป็นลูกค้าประจำ กลิ่นกายสาวทำให้เขารำลึกถึงหญิงสาวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคนแล้วคนเล่า
ประทุมถัน เครื่องเพศ กลิ่นไออบอวนชวนให้อิชูกิสะท้อนใจถึงกับร่ำไห้ หดหู่ให้กับเรื่องราว ความทรงจำ สังขารและวัฏจักรที่เป็นไป
.......
ด้วยความที่ คาวาบาตะ เขียนเรื่องนี้ขึ้นในปี 1961 ในยุคที่อิสตรีเป็นเพียงสมบัติชิ้นหนึ่ง การกระทำ ความคิด ของชายยุคนั้นสะท้อนออกมาในวรรณกรรมเล่มนี้ได้เป็นอย่างดี
การสังวาสกับหญิงมีลูกมีสามีไม่ได้รู้สึกผิดบาป แต่กลับเข้าสู่ลัทธิบูชาพรหมจารีบริสุทธิ์
ความหมกมุ่นในกามารมณ์ การสมสู่ การกระโดดโลดเต้นเจนโลกีย์ ล้วนเป็นสิ่งที่ชายทั้งหลายพึงกระทำเป็นนิจ เพราะเป็นหนทางที่พิสูจน์อำนาจอย่างหนึ่ง จวบจนกระทั่งวันหนึ่งได้พบว่า คืนวันหฤหรรษ์เหล่านั้นไม่มีทางได้กลับมาแล้ว โศกนาฏกรรมทางจิตใจได้อุบัติขึ้น การตายข้างกายเด็กสาวย่อมดีกว่าการตายอย่างเดียวดาย
เคหาสน์เทวีนิทรา ถือว่าเป็นวรรณกรรมชั้นครูที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเขียนอีกหลายคน หนึ่งในนั้นมี กาเซียร์ มาเกซอีกด้วย
ขณะที่อ่านจนถึงกระดาษแผ่นสุดท้าย เราชอบสำนวนการเขียน การถ่ายทอดความคิด เทคนิคการผูกเรื่อง จนต้องตามหาผลงานอื่นๆของ คาวาบาตะ มากองดองไว้ให้อุ่นใจ
คาวาบาตะ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ในปี 1968 และอัตวินิบาตกรรมในปี 1972 ในความรู้สึกเรา คนที่ผ่านชีวิตจนมีเรื่องเล่าขนาดนี้ถ้าวันหนึ่งรู้สึกถึงการสั่นคลอนของการมีชีวิตอยู่ เราก็ยอมรับการตัดสินใจนั่นโดยปราศจากข้อสงสัย
ยกความดีให้กับแดนอรัญ แสงทอง ที่แปลวรรณกรรมอิโรติกออกมาได้สะอาด สุภาพ แต่มีกลิ่นการเสพสังวาสอย่างเอกอุในที
ไม่แน่ใจว่าเคยอ่านงานของแดนอรัญมาก่อนรึไม่ แต่ชอบในสำนวนที่ใช้มาก เปิดโลกคลังศัพท์มากเลยทีเดียว
.....
โลกีย์กามในโลกผู้ชายนี่ยิ่งใหญ่จริงๆ
ยาสึนาริ คาวาบาตะ เขียน
แดนอรัญ แสงทอง แปล
หอนางโลมของชายชราผู้ไม่แข็งขัน
อิกูชิ ชายชราวัย 67 ปี ผู้ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีหอนางโลมประเภทนี้อยู่ด้วย หอนางโลมประเภทนำหญิงสาวผู้หลับไหลไม่ได้สติ มานอนกับชายชราผู้ไม่สามารถปลุกความปราถนาของตนได้ มันจะเป็นอย่างไร เขาใคร่อยากรู้เสียเต็มประดา
ด้วยความที่ตนยังสามารถขับเคลื่อนพลังทางเพศอยู่ เขาจึงรู้สึกเหนือกว่าชายทั่วไปที่มาใช้บริการที่นี่ พลางเย้ยหยันถึงความมูมมาม ตระกละตระกรามไม่รู้จักพอ จนถึงเกลียดชังในสิ่งที่เขาจินตนาการถึงการกระทำที่ชายชราเหล่านั้นทำกับเด็กสาวที่นอนหลับไหล
แต่สุดท้ายกลายเป็นเขาเสียเองที่เป็นอย่างนั้น
จากที่ต้องการลองเพียงครั้งเดียว อิชูกิกลับมาซ้ำและกลายเป็นลูกค้าประจำ กลิ่นกายสาวทำให้เขารำลึกถึงหญิงสาวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคนแล้วคนเล่า
ประทุมถัน เครื่องเพศ กลิ่นไออบอวนชวนให้อิชูกิสะท้อนใจถึงกับร่ำไห้ หดหู่ให้กับเรื่องราว ความทรงจำ สังขารและวัฏจักรที่เป็นไป
.......
ด้วยความที่ คาวาบาตะ เขียนเรื่องนี้ขึ้นในปี 1961 ในยุคที่อิสตรีเป็นเพียงสมบัติชิ้นหนึ่ง การกระทำ ความคิด ของชายยุคนั้นสะท้อนออกมาในวรรณกรรมเล่มนี้ได้เป็นอย่างดี
การสังวาสกับหญิงมีลูกมีสามีไม่ได้รู้สึกผิดบาป แต่กลับเข้าสู่ลัทธิบูชาพรหมจารีบริสุทธิ์
ความหมกมุ่นในกามารมณ์ การสมสู่ การกระโดดโลดเต้นเจนโลกีย์ ล้วนเป็นสิ่งที่ชายทั้งหลายพึงกระทำเป็นนิจ เพราะเป็นหนทางที่พิสูจน์อำนาจอย่างหนึ่ง จวบจนกระทั่งวันหนึ่งได้พบว่า คืนวันหฤหรรษ์เหล่านั้นไม่มีทางได้กลับมาแล้ว โศกนาฏกรรมทางจิตใจได้อุบัติขึ้น การตายข้างกายเด็กสาวย่อมดีกว่าการตายอย่างเดียวดาย
เคหาสน์เทวีนิทรา ถือว่าเป็นวรรณกรรมชั้นครูที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเขียนอีกหลายคน หนึ่งในนั้นมี กาเซียร์ มาเกซอีกด้วย
ขณะที่อ่านจนถึงกระดาษแผ่นสุดท้าย เราชอบสำนวนการเขียน การถ่ายทอดความคิด เทคนิคการผูกเรื่อง จนต้องตามหาผลงานอื่นๆของ คาวาบาตะ มากองดองไว้ให้อุ่นใจ
คาวาบาตะ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ในปี 1968 และอัตวินิบาตกรรมในปี 1972 ในความรู้สึกเรา คนที่ผ่านชีวิตจนมีเรื่องเล่าขนาดนี้ถ้าวันหนึ่งรู้สึกถึงการสั่นคลอนของการมีชีวิตอยู่ เราก็ยอมรับการตัดสินใจนั่นโดยปราศจากข้อสงสัย
ยกความดีให้กับแดนอรัญ แสงทอง ที่แปลวรรณกรรมอิโรติกออกมาได้สะอาด สุภาพ แต่มีกลิ่นการเสพสังวาสอย่างเอกอุในที
ไม่แน่ใจว่าเคยอ่านงานของแดนอรัญมาก่อนรึไม่ แต่ชอบในสำนวนที่ใช้มาก เปิดโลกคลังศัพท์มากเลยทีเดียว
.....
โลกีย์กามในโลกผู้ชายนี่ยิ่งใหญ่จริงๆ


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น