คดีฆาตรกรรมหมู่บ้านชิราคาวะโกะ
คดีฆาตรกรรมหมู่บ้านชิราคาวะโกะ
โยชิมูระ ทัตสึยะ
ธีรตา วิจิตร แปล
เมื่อนักเขียนนิยายได้โดนจดหมายขู่ให้เลิกเขียนนิยายฆาตรกรรมที่กำลังโด่งดังในนิตยาสารรายสัปดาห์ เพราะมันเกี่ยวข้องกับสองตระกูลที่มีอยู่จริง บก นิตยาสารเล่มนั้นดึงดันให้เขียนต่อ เพราะไม่เชื่อในจดหมายขู่
ทำให้ บก วรรณกรรมที่ดูแลส่วนนิยายถูกฆาตกรรมฆ่าตัดหัว โดยมีนามบัตรเสียบปาก ศรีษะถูกพบริมแม่น้ำในเมืองโตเกียว แต่ตัวศพกลับพบที่หมู่บ้านชิราคาวะโกะที่ห่างออกไปราว 500 กิโลเมตรในเวลาเดียวกัน
มีข่าวลือแพร่สะพัดออกไปว่า นิยายที่ผู้ตายดูแล กับ คดีฆาตรกรรมที่เกิดขึ้นนั้นเกี่ยวข้องกัน
การสืบสวนหาความจริงจึงเกิดขึ้นทั้งในส่วนของตำรวจและตัว บก
ตัว บก นั้น ด้วยสัญชาตญาณการล่าข่าวและความรู้สึกผิดต่อลูกน้องในสังกัดจึงทำให้เขาต้องลงมือหาข้อมูลเอง ยิ่งสืบลึกเท่าไหร่ เข้าใกล้ความจริงแค่ไหน ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดมากเท่านั้น
........
ไม่ค่อยชอบแฮะ นิยายแต่งเนิบนาบ ชวนง่วง น่าเบื่ออยู่หลายครั้ง การขมวดปมหรือการคลายปมก็ทำได้ไม่ใหม่จนรู้สึกตื่นเต้นประการใด เสมือนนั่งฟังคุณยายเล่าแอดเวนเจอร์ให้ฟัง พลอตเรื่องสนุกซึ่งควรจะตื่นเต้นกว่านี้แต่กลับง่วงจนต้องฝืนใจอ่านให้จบ
......
สิ่งที่ทำให้ใจเต้นคือ การบรรยายบรรยากาศ วัฒนธรรม ขนบประเพณี สถาปัตยกรรม ของหมู่บ้านชิราคาวาโกะ คนเขียนเขียนดีมากๆ ซึ่งเราชอบมากๆกับอะไรแบบนี้
"บ้านคนอื่นเป็นของคนอื่น บ้านของเราเป็นของเรา แต่หลังคาบ้านคนอื่นเป็นของเรา หลังคาบ้านเราก็เป็นของคนอื่น" (หน้า 345)
วัฒนธรรมการเปลี่ยนหลังคาโบราณ
อีกหนึ่งที่ชอบคือ วัฒนธรรมองค์กรสื่อสิ่งพิมพ์ ในนิยายจะเขียนอธิบายกระบวนการการทำงานค่อนข้างละเอียด การหาข่าว การคัดข่าว การวางพิมพ์ การพรูฟ การรวมเล่ม การออกขาย บทบาทของ บก และคนทำข่าว
สรุปคือ เนื้อหาไม่เท่าไหร่แต่ตื่นใจกับรายละเอียดรายทางมากกว่า
........
การใช้ชีวิตบนโลกใบนี้มันโหดร้ายมากอยู่แล้ว เราอย่าเป็นส่วนนึงในความโหดร้ายนั้นเลย ดีต่อกันไว้เถิดแม้เพียงสักนิดก็ยังดี
ธีรตา วิจิตร แปล
เมื่อนักเขียนนิยายได้โดนจดหมายขู่ให้เลิกเขียนนิยายฆาตรกรรมที่กำลังโด่งดังในนิตยาสารรายสัปดาห์ เพราะมันเกี่ยวข้องกับสองตระกูลที่มีอยู่จริง บก นิตยาสารเล่มนั้นดึงดันให้เขียนต่อ เพราะไม่เชื่อในจดหมายขู่
ทำให้ บก วรรณกรรมที่ดูแลส่วนนิยายถูกฆาตกรรมฆ่าตัดหัว โดยมีนามบัตรเสียบปาก ศรีษะถูกพบริมแม่น้ำในเมืองโตเกียว แต่ตัวศพกลับพบที่หมู่บ้านชิราคาวะโกะที่ห่างออกไปราว 500 กิโลเมตรในเวลาเดียวกัน
มีข่าวลือแพร่สะพัดออกไปว่า นิยายที่ผู้ตายดูแล กับ คดีฆาตรกรรมที่เกิดขึ้นนั้นเกี่ยวข้องกัน
การสืบสวนหาความจริงจึงเกิดขึ้นทั้งในส่วนของตำรวจและตัว บก
ตัว บก นั้น ด้วยสัญชาตญาณการล่าข่าวและความรู้สึกผิดต่อลูกน้องในสังกัดจึงทำให้เขาต้องลงมือหาข้อมูลเอง ยิ่งสืบลึกเท่าไหร่ เข้าใกล้ความจริงแค่ไหน ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดมากเท่านั้น
........
ไม่ค่อยชอบแฮะ นิยายแต่งเนิบนาบ ชวนง่วง น่าเบื่ออยู่หลายครั้ง การขมวดปมหรือการคลายปมก็ทำได้ไม่ใหม่จนรู้สึกตื่นเต้นประการใด เสมือนนั่งฟังคุณยายเล่าแอดเวนเจอร์ให้ฟัง พลอตเรื่องสนุกซึ่งควรจะตื่นเต้นกว่านี้แต่กลับง่วงจนต้องฝืนใจอ่านให้จบ
......
สิ่งที่ทำให้ใจเต้นคือ การบรรยายบรรยากาศ วัฒนธรรม ขนบประเพณี สถาปัตยกรรม ของหมู่บ้านชิราคาวาโกะ คนเขียนเขียนดีมากๆ ซึ่งเราชอบมากๆกับอะไรแบบนี้
"บ้านคนอื่นเป็นของคนอื่น บ้านของเราเป็นของเรา แต่หลังคาบ้านคนอื่นเป็นของเรา หลังคาบ้านเราก็เป็นของคนอื่น" (หน้า 345)
วัฒนธรรมการเปลี่ยนหลังคาโบราณ
อีกหนึ่งที่ชอบคือ วัฒนธรรมองค์กรสื่อสิ่งพิมพ์ ในนิยายจะเขียนอธิบายกระบวนการการทำงานค่อนข้างละเอียด การหาข่าว การคัดข่าว การวางพิมพ์ การพรูฟ การรวมเล่ม การออกขาย บทบาทของ บก และคนทำข่าว
สรุปคือ เนื้อหาไม่เท่าไหร่แต่ตื่นใจกับรายละเอียดรายทางมากกว่า
........
การใช้ชีวิตบนโลกใบนี้มันโหดร้ายมากอยู่แล้ว เราอย่าเป็นส่วนนึงในความโหดร้ายนั้นเลย ดีต่อกันไว้เถิดแม้เพียงสักนิดก็ยังดี



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น