เด็กชายไกวชิงช้าในโลกสรรพสัตว์เสียง
เด็กชายไกวชิงช้าในโลกสรรพสัตว์เสียง
ชินจิ อิชิอิ
เมื่อเด็กชายอัจฉริยะได้เกิดอุบัติเหตุจนสามารถฟังเสียงของสรรพสัตว์ได้ เรื่องราวสนุกๆที่เกิดจากการเล่าของสัตว์ทำให้เราอดยิ้มไม่ได้
ครอบครัวศิลปินประกอบด้วยคุณยายอดีตดารา ภรรยาหม้ายของศิลปินที่มีชื่อเสียงขจรขจายผู้ล่วงลับ คุณแม่ผู้สืบทอดสายเลือดศิลปินอย่างข้นคลั่กที่รักงานของสามีอย่างสุดซึ้ง สามีศิลปินทำกรอบรูปเพื่อใส่ผลงานของภรรยาโดยเฉพาะ ลูกสาวคนโตที่สวยราวกับเจ้าหญิงและน้องชายคนเล็กผู้เป็นอัจฉริยะ
"พ่อรักรูปของแม่มากขนาดที่คนอื่นเห็นแล้วรู้สึกอาย แม่รักกรอบรูปของพ่อยิ่งกว่านั้น"
ภายนอกครอบครัวนี้ดูสมบูรณ์แบบ ซึ่งก็สมบูรณ์แบบจริงๆ ครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรัก เปี่ยมด้วยความสุข แต่ชีวิตที่แสนหวานแบบนี้มักอยู่ไม่นาน
ระลอกแรก เมื่อเด็กชายอัจฉริยะ ผู้ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบคิด วัย 6 ขวบ เกิดอุบัติเหตุจนทำให้เขาออกเสียงไม่ได้ เมื่อไหร่ที่เปล่งเสียงออกมา ความถี่ของคลื่นเสียงจะทำให้คนที่ได้ยินมีอาการแพ้อย่างรุนแรง ขนาดที่คลื่นไส้ อาเจียน เป็นลมไปเลยก็มี นั่นทำให้เขาจากเด็กที่ร่าเริงแจ่มใส กลายเป็นเด็กเงียบ เก็บตัว อาศัยอยู่บนชิงช้าเพียงผู้เดียว
ความเศร้าแผ่เข้ามาปกคลุมภายในจิตใจคนในบ้าน จนกระทั่งเด็กชายเริ่มเขียนนิทานลงในสมุดเพื่อให้พี่สาวอ่าน ความสดใสเลยได้กลับมาเยี่ยมเยือนบ้านหลังนี้อีกครั้ง
นิทานหรือบันทึกที่ว่านี้ น้องชายได้บันทึกเรื่องราวของสัตว์ที่แวะเวียนมาในแต่ละค่ำคืน บ้างก็เรื่องตัวเอง บ้างก็เรื่องสัตว์อื่น บางเรื่องเป็นเรื่องเหลือเชื่อแต่ก็พบว่ามันคือความจริงจนน่าตกใจ
ในขณะที่ทุกคนกำลังปรับตัวและอ้าแขนรับความสุขเข้าบ้านอีกครั้ง ความโศกเศร้าก็วิ่งเข้าชนเป็นระลอกที่่สอง
เมื่อคุณพ่อคุณแม่ ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากการไปเที่ยวบ้านเกิดของคุณตากระทันหัน ทิ้งเด็กสองคนให้อยู่กับคุณยายเพียงลำพัง คุณยายผู้เย่อหยิ่งได้กลายเป็นเสาหลักเดียวในครอบครัว ไม่มีการปลอบโยนใดๆนอกจากปลุกหลานให้รับรู้ความจริงและก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง
สิ่งที่ปลอบประโลมใจให้เด็กสองคนก้าวผ่านไปได้คือไปรษณียบัตรที่คุณแม่ส่งมาให้ทุกวันจนกระทั่งวันสุดท้าย
...........
เรื่องราวพาเราเข้าไปผจญภัยในโลกของสองพี่น้องที่รักและผูกพันธ์กันอย่างมาก ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเข้ามา ความรักทำให้เขาสองคนผ่านมาได้อย่างง่ายดาย
เป็นหนังสือที่อ่านนิ่มๆ เพลินๆ อมยิ้มไปกับเรื่องราวของสัตว์และแอบใจหายไปกับโศกนาฏกรรมที่เกิด
เด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านเพลิน แต่อยากให้เด็กอ่านมากกว่า น่ารักดี
...........
เสพติดยูคาลิปตัส (เรื่องเล่าจากหมาที่อยู่ในป่า)
" จริงๆแล้วหมีโคอาล่าเป็นสัตว์ที่พวกสัตว์อย่างอื่นรังเกียจเอามากๆ ออกจะแปลกไปสักหน่อย มองจากภายนอก ดูท่าทางเฉยๆไม่จับหนูหรือกระรอก ไม่ขโมยไข่ เอาแต่เกาะติดกิ่งไม้ กินใบไม้เพียงอย่างเดียว เคลื่อนไหวเชื่องช้า นอนประมาณวันละ 20 ชั่วโมง ท่าทางดูสงบเยือกเย็นมาก
แต่ว่า นั่นคือรูปลักษณ์ภายนอก
ใบยูคาลิปตัสน่ะ เป็นพิษร้ายแรงต่อสัตว์อื่น ไม่ว่าหมาหรือไก่ กินแล้วท้องเสียหรือถ้าโชคร้ายก็อาจถึงตายได้
หมีโคอาล่าเป็นสัตว์เพียงชนิดเดียวที่กินใบไม้นี้ได้ หมีโคอาล่าจะรู้สึกเพลิดเพลินไปกับใบไม้พิษ วันทั้งวัน เอาแต่ใจลอย ใจลอยละล่องไปยังแดนไกล ท่าทางเหมือนพวกเมายา
สรุปได้ว่าหมีโคอาล่า จิตฟั่นเฟือน
หากเป็นคน ช่างไม้ที่เหนื่อยจนหลับกับคนติดยาที่เป็น๓าพหลอน มองผ่านๆอาจแยกไม่ออก ยิ่งถือค้อนทั้งคู่ก็ยิ่งดูยากหน่อย แต่ทว่า คนเมายาที่ถือค้อนนั้น ไม่มีใครน่ากลัวไปกว่านี้อีกแล้ว
หมีโคอาล่าจิตฟั่นเฟือน มองดูเหมือนหลับแต่ความจริงกำลังอยู่ในความฝันสีขาว บางครั้งหากพบเจอสิ่งที่สัตว์อื่นมองไม่เห็น ก็จะกรีดร้องด้วยเสียงที่แสบแก้วหู
กี้---กี้---
หมีโคอาล่าไม่กินน้ำ ถ้าเริ่มกินน้ำเมื่อไหร่แสดงว่ามัน กำลังจะตาย เป็นระยะสุดท้ายของอาการแพ้พิษใบยูคาลิปตัส
แต่หมีโคอาล่าก็ยังกินแต่ใบยูคาลิปตัส หมีโคอาล่าอยู่ไม่ได้ หากไม่มีใบยูคาลิปตัสกับภาพหลอน พอใบเหลือน้อย หมีโคอาล่าจะลงมาจากต้น เพื่อย้ายไปต้นอื่น
บางครั้งหาไม่ได้ หมีโคอาล่าจะร้อนรนและเริ่มออกวิ่ง วิ่งเร็วเท่าหมาเลย หมีโคอาล่าวิ่งผ่านกอหญ้าด้วยตาแดงกำ่ ลมหายใจติดขัด วิ่งพล่าน ส่งเสียงดังไปทั่วป่า
กี้--กี้--
กี้-----
สัตว์อื่นยืนมองหมีโคอาล่าอยู่ไกลๆไม่เข้าไปใกล้อย่างเด็ดขาด "
ชอบเรื่องนี้สุด บักโคอาล่าสายเขียว
เมื่อเด็กชายอัจฉริยะได้เกิดอุบัติเหตุจนสามารถฟังเสียงของสรรพสัตว์ได้ เรื่องราวสนุกๆที่เกิดจากการเล่าของสัตว์ทำให้เราอดยิ้มไม่ได้
ครอบครัวศิลปินประกอบด้วยคุณยายอดีตดารา ภรรยาหม้ายของศิลปินที่มีชื่อเสียงขจรขจายผู้ล่วงลับ คุณแม่ผู้สืบทอดสายเลือดศิลปินอย่างข้นคลั่กที่รักงานของสามีอย่างสุดซึ้ง สามีศิลปินทำกรอบรูปเพื่อใส่ผลงานของภรรยาโดยเฉพาะ ลูกสาวคนโตที่สวยราวกับเจ้าหญิงและน้องชายคนเล็กผู้เป็นอัจฉริยะ
"พ่อรักรูปของแม่มากขนาดที่คนอื่นเห็นแล้วรู้สึกอาย แม่รักกรอบรูปของพ่อยิ่งกว่านั้น"
ภายนอกครอบครัวนี้ดูสมบูรณ์แบบ ซึ่งก็สมบูรณ์แบบจริงๆ ครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรัก เปี่ยมด้วยความสุข แต่ชีวิตที่แสนหวานแบบนี้มักอยู่ไม่นาน
ระลอกแรก เมื่อเด็กชายอัจฉริยะ ผู้ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบคิด วัย 6 ขวบ เกิดอุบัติเหตุจนทำให้เขาออกเสียงไม่ได้ เมื่อไหร่ที่เปล่งเสียงออกมา ความถี่ของคลื่นเสียงจะทำให้คนที่ได้ยินมีอาการแพ้อย่างรุนแรง ขนาดที่คลื่นไส้ อาเจียน เป็นลมไปเลยก็มี นั่นทำให้เขาจากเด็กที่ร่าเริงแจ่มใส กลายเป็นเด็กเงียบ เก็บตัว อาศัยอยู่บนชิงช้าเพียงผู้เดียว
ความเศร้าแผ่เข้ามาปกคลุมภายในจิตใจคนในบ้าน จนกระทั่งเด็กชายเริ่มเขียนนิทานลงในสมุดเพื่อให้พี่สาวอ่าน ความสดใสเลยได้กลับมาเยี่ยมเยือนบ้านหลังนี้อีกครั้ง
นิทานหรือบันทึกที่ว่านี้ น้องชายได้บันทึกเรื่องราวของสัตว์ที่แวะเวียนมาในแต่ละค่ำคืน บ้างก็เรื่องตัวเอง บ้างก็เรื่องสัตว์อื่น บางเรื่องเป็นเรื่องเหลือเชื่อแต่ก็พบว่ามันคือความจริงจนน่าตกใจ
ในขณะที่ทุกคนกำลังปรับตัวและอ้าแขนรับความสุขเข้าบ้านอีกครั้ง ความโศกเศร้าก็วิ่งเข้าชนเป็นระลอกที่่สอง
เมื่อคุณพ่อคุณแม่ ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากการไปเที่ยวบ้านเกิดของคุณตากระทันหัน ทิ้งเด็กสองคนให้อยู่กับคุณยายเพียงลำพัง คุณยายผู้เย่อหยิ่งได้กลายเป็นเสาหลักเดียวในครอบครัว ไม่มีการปลอบโยนใดๆนอกจากปลุกหลานให้รับรู้ความจริงและก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง
สิ่งที่ปลอบประโลมใจให้เด็กสองคนก้าวผ่านไปได้คือไปรษณียบัตรที่คุณแม่ส่งมาให้ทุกวันจนกระทั่งวันสุดท้าย
...........
เรื่องราวพาเราเข้าไปผจญภัยในโลกของสองพี่น้องที่รักและผูกพันธ์กันอย่างมาก ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรเข้ามา ความรักทำให้เขาสองคนผ่านมาได้อย่างง่ายดาย
เป็นหนังสือที่อ่านนิ่มๆ เพลินๆ อมยิ้มไปกับเรื่องราวของสัตว์และแอบใจหายไปกับโศกนาฏกรรมที่เกิด
เด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านเพลิน แต่อยากให้เด็กอ่านมากกว่า น่ารักดี
...........
เสพติดยูคาลิปตัส (เรื่องเล่าจากหมาที่อยู่ในป่า)
" จริงๆแล้วหมีโคอาล่าเป็นสัตว์ที่พวกสัตว์อย่างอื่นรังเกียจเอามากๆ ออกจะแปลกไปสักหน่อย มองจากภายนอก ดูท่าทางเฉยๆไม่จับหนูหรือกระรอก ไม่ขโมยไข่ เอาแต่เกาะติดกิ่งไม้ กินใบไม้เพียงอย่างเดียว เคลื่อนไหวเชื่องช้า นอนประมาณวันละ 20 ชั่วโมง ท่าทางดูสงบเยือกเย็นมาก
แต่ว่า นั่นคือรูปลักษณ์ภายนอก
ใบยูคาลิปตัสน่ะ เป็นพิษร้ายแรงต่อสัตว์อื่น ไม่ว่าหมาหรือไก่ กินแล้วท้องเสียหรือถ้าโชคร้ายก็อาจถึงตายได้
หมีโคอาล่าเป็นสัตว์เพียงชนิดเดียวที่กินใบไม้นี้ได้ หมีโคอาล่าจะรู้สึกเพลิดเพลินไปกับใบไม้พิษ วันทั้งวัน เอาแต่ใจลอย ใจลอยละล่องไปยังแดนไกล ท่าทางเหมือนพวกเมายา
สรุปได้ว่าหมีโคอาล่า จิตฟั่นเฟือน
หากเป็นคน ช่างไม้ที่เหนื่อยจนหลับกับคนติดยาที่เป็น๓าพหลอน มองผ่านๆอาจแยกไม่ออก ยิ่งถือค้อนทั้งคู่ก็ยิ่งดูยากหน่อย แต่ทว่า คนเมายาที่ถือค้อนนั้น ไม่มีใครน่ากลัวไปกว่านี้อีกแล้ว
หมีโคอาล่าจิตฟั่นเฟือน มองดูเหมือนหลับแต่ความจริงกำลังอยู่ในความฝันสีขาว บางครั้งหากพบเจอสิ่งที่สัตว์อื่นมองไม่เห็น ก็จะกรีดร้องด้วยเสียงที่แสบแก้วหู
กี้---กี้---
หมีโคอาล่าไม่กินน้ำ ถ้าเริ่มกินน้ำเมื่อไหร่แสดงว่ามัน กำลังจะตาย เป็นระยะสุดท้ายของอาการแพ้พิษใบยูคาลิปตัส
แต่หมีโคอาล่าก็ยังกินแต่ใบยูคาลิปตัส หมีโคอาล่าอยู่ไม่ได้ หากไม่มีใบยูคาลิปตัสกับภาพหลอน พอใบเหลือน้อย หมีโคอาล่าจะลงมาจากต้น เพื่อย้ายไปต้นอื่น
บางครั้งหาไม่ได้ หมีโคอาล่าจะร้อนรนและเริ่มออกวิ่ง วิ่งเร็วเท่าหมาเลย หมีโคอาล่าวิ่งผ่านกอหญ้าด้วยตาแดงกำ่ ลมหายใจติดขัด วิ่งพล่าน ส่งเสียงดังไปทั่วป่า
กี้--กี้--
กี้-----
สัตว์อื่นยืนมองหมีโคอาล่าอยู่ไกลๆไม่เข้าไปใกล้อย่างเด็ดขาด "
ชอบเรื่องนี้สุด บักโคอาล่าสายเขียว



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น