ผมเรียกเขาว่าเน็กไท

ผมเรียกเขาว่าเน็กไท
เป็นวัยรุ่นที่ว่าเหนื่อย
เป็นผู้ใหญ่ก็ยากไม่ต่างกัน
.........
เมื่อหนุ่ม ฮิกิโกะโมริ ผู้สูญเสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตมาเจอกับชายตกงานวัยใกล้เกษียณผู้ปกปิดความลับนี้กับภรรยา
จากที่บังเอิญเจอกันในสวนสาธารณะ กลายมาเป็นคนแปลกหน้าที่คุ้นเคย การเล่าความลับที่ไม่กล้าบอกใครทำให้เขาสองคนผูกพันธ์กันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย
ความลับของอีกคนสู่อีกคนเหมือนการสารภาพบาป
การเล่าอดีตที่ติดค้างใจของอีกคนเหมือนเข็มทิศชี้นำทางให้ใครอีกคน
' ถ้ามีอะไรเพียงอย่างเดียวที่ฉันจะสอน ฉันจะบอกเธอว่าอย่าอาย อย่าอายที่จะเป็นคนที่มีความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม จงรู้สึกมันอย่างลึกซึ้งและด้วยใจที่อ่อนโยน
จงรู้สึกมันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยใจที่อ่อนโยนมากขึ้นไปอีก รู้สึกมันเพื่อตัวเธอเอง รู้สึกมันเพื่อคนอื่น แล้วจากนั้น ... จงปล่อยมันไป '
............
หลังจากอ่านจบ
1. เข้าใจครรลองสังคมญี่ปุ่นมากขึ้นไปอีก ความเครียด ความกดดัน การแข่งขัน ความคาดหวัง ทุกสิ่งมันเกิดขึ้นตั้งแต่เด็กและเป็นแอกที่กดบ่าไว้ไม่มีสิ้นสุด
2. ชอบสำนวนการเขียนมากๆ การเขียนในมุมมองบุคคลที่หนึ่งทั้งเรื่อง ทำให้เข้าใจระบบความคิดความรู้สึกของคนที่เป็น ฮิกิโกะโมริ ได้เป็นอย่างดี
3. ภาษาสวย ประณีตบรรจงเลือกใช้คำเก่งแต่อ่านเข้าใจง่าย
4. ชอบความเปราะบางของตัวละครทุกตัวในเรื่อง ทั้งพ่อแม่ เพื่อนที่สูญเสียไปและภรรยาของเน็กไท อ่านแล้วเจ็บแปลบเล็กๆ
5. เมื่อมีลูกเป็น ฮิกิโกะโมริ คนในครอบครัวก็ล้วนเป็น ฮิกิโกะโมริ ไปด้วย
6. ชอบตอนจบ การปลดปล่อยความรู้สึกผิดในใจ การยอมรับในความรู้สึกผิดนั้นและการกล้าเริ่มต้นชีวิตใหม่
7. เรื่องบางเรื่องเราไม่สามารถพูดกับคนใกล้ตัวได้ การระบายกับคนแปลกหน้ามันก็ช่วยคลายความกังวลใจได้ดี
8. บัก คุมาโมโตะ!!! มรึ๊งงงง.
เล่มนี้อ่านไม่ยากค่ะแต่ก็ไม่เบา
อ่านเรื่อยๆค่อยๆซึมซับกลิ่นอายความรู้สึกที่ผ่านตัวอักษร นัวร์ๆหม่นๆแต่ถือว่าเป็นหนังสือที่ดีเล่มหนึ่ง
ปล. ขอบคุณที่ให้ยืมอ่านฮะ
เป็นวัยรุ่นที่ว่าเหนื่อย
เป็นผู้ใหญ่ก็ยากไม่ต่างกัน
.........
เมื่อหนุ่ม ฮิกิโกะโมริ ผู้สูญเสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตมาเจอกับชายตกงานวัยใกล้เกษียณผู้ปกปิดความลับนี้กับภรรยา
จากที่บังเอิญเจอกันในสวนสาธารณะ กลายมาเป็นคนแปลกหน้าที่คุ้นเคย การเล่าความลับที่ไม่กล้าบอกใครทำให้เขาสองคนผูกพันธ์กันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย
ความลับของอีกคนสู่อีกคนเหมือนการสารภาพบาป
การเล่าอดีตที่ติดค้างใจของอีกคนเหมือนเข็มทิศชี้นำทางให้ใครอีกคน
' ถ้ามีอะไรเพียงอย่างเดียวที่ฉันจะสอน ฉันจะบอกเธอว่าอย่าอาย อย่าอายที่จะเป็นคนที่มีความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม จงรู้สึกมันอย่างลึกซึ้งและด้วยใจที่อ่อนโยน
จงรู้สึกมันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยใจที่อ่อนโยนมากขึ้นไปอีก รู้สึกมันเพื่อตัวเธอเอง รู้สึกมันเพื่อคนอื่น แล้วจากนั้น ... จงปล่อยมันไป '
............
หลังจากอ่านจบ
1. เข้าใจครรลองสังคมญี่ปุ่นมากขึ้นไปอีก ความเครียด ความกดดัน การแข่งขัน ความคาดหวัง ทุกสิ่งมันเกิดขึ้นตั้งแต่เด็กและเป็นแอกที่กดบ่าไว้ไม่มีสิ้นสุด
2. ชอบสำนวนการเขียนมากๆ การเขียนในมุมมองบุคคลที่หนึ่งทั้งเรื่อง ทำให้เข้าใจระบบความคิดความรู้สึกของคนที่เป็น ฮิกิโกะโมริ ได้เป็นอย่างดี
3. ภาษาสวย ประณีตบรรจงเลือกใช้คำเก่งแต่อ่านเข้าใจง่าย
4. ชอบความเปราะบางของตัวละครทุกตัวในเรื่อง ทั้งพ่อแม่ เพื่อนที่สูญเสียไปและภรรยาของเน็กไท อ่านแล้วเจ็บแปลบเล็กๆ
5. เมื่อมีลูกเป็น ฮิกิโกะโมริ คนในครอบครัวก็ล้วนเป็น ฮิกิโกะโมริ ไปด้วย
6. ชอบตอนจบ การปลดปล่อยความรู้สึกผิดในใจ การยอมรับในความรู้สึกผิดนั้นและการกล้าเริ่มต้นชีวิตใหม่
7. เรื่องบางเรื่องเราไม่สามารถพูดกับคนใกล้ตัวได้ การระบายกับคนแปลกหน้ามันก็ช่วยคลายความกังวลใจได้ดี
8. บัก คุมาโมโตะ!!! มรึ๊งงงง.
เล่มนี้อ่านไม่ยากค่ะแต่ก็ไม่เบา
อ่านเรื่อยๆค่อยๆซึมซับกลิ่นอายความรู้สึกที่ผ่านตัวอักษร นัวร์ๆหม่นๆแต่ถือว่าเป็นหนังสือที่ดีเล่มหนึ่ง
ปล. ขอบคุณที่ให้ยืมอ่านฮะ


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น