ธี่หยด
ธี่หยด
2023
ในปี 2515 ณ กาญจนบุรี ได้มีเรื่องราวของการที่มีเด็กสาวตายในหมู่บ้านด้วยอาการผิดปกติ อย่างที่ชาวบ้านลือกันว่าถูก ปอบ เข้า มาวันหนึ่งแย้มลูกสาวคนกลางของบ้านเฮียฮั่งเกิดมีอาการเจ็บป่วย ประสานกับที่ยี่ น้องสาวคนเล็กเจอหญิงแปลกหน้าหน้าตาน่ากลัววนเวียนรอบๆตัว
หนังไม่ได้ปล่อยให้เราสงสัยนาน เข้าสู่ประเด็นในทันทีว่า แย้ม เจอผีสิงในวันสุดท้ายก่อนปิดเทอมขณะเดินกลับบ้านพร้อมกับพี่สาวน้องสาว ประจวบกับที่พี่ยักษ์ลาพักร้อนจากกรมทหารกลับมาที่บ้านพอดี ทำให้บ้านที่ควรจะแสนสุขกลับมีเรื่องสยองขวัญเกิดขึ้น
เมื่อแย้มเริ่มมีอาการประหลาด และมีทีท่าที่ตกอยู่ในอันตราย ยักษ์พี่ชายคนโตจึงต้องทำทุกวิถีทางในการช่วยเหลือน้องให้ปลอดภัย
....................................
บริบทของปี 2515 ยังคงเป็นบริบทที่อำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ที่พ่อ ผู้เป็นใหญ่ในบ้าน เป็นหัวหน้าครอบครัว และด้วยบริบทนี้ผู้สืบสันดานจะตกเป็นของลูกชายคนโตอย่างเสียไม่ได้ แต่ยักษ์ พี่ชายคนโตที่ควรจะทำหน้าที่นี้กลับหนีออกจากบ้านไปเข้ากรม ปล่อยให้น้องๆต้องเป็นผู้รับผิดชอบหน้าที่การดูแลไร่หรืออื่นๆ หนังเลยให้ยักษ์แก้ตัวความผิดนี้ด้วยการรับผิดชอบการช่วยเหลือน้อง ช่วยเหลือครอบครัวที่ตัวเองทิ้งไปนาน
ในหนังเราจะเห็นความรักที่พี่มีต่อน้องมากกว่าความรักของพ่อแม่ที่ปกป้องลูก เราจะรู้สึกลุ้นและเอาใจช่วยในการล่าผีของพี่ยักษ์มาก ด้วยความรู้สึกผิด ความรักน้อง ทำให้พี่ยักษ์ก้าวข้ามความกลัวและพร้อมสู้เพื่อคนที่เขารัก มันคือหนังบู๊ที่มีความรักเป็นจุดหลักและความหลอนเป็นฉากหลัง
หนังได้กลิ่นอายหนังผีสไตล์อเมริกันยุค 2000 อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะภาพและองค์ประกอบ หรือแม้แต่ความขัดแย้งของตัวละครหลักและตัวละครรอง มันผสมผสานปนเประหว่างตะวันตกและความเป็นไทย
คาแรกเตอร์พี่ยักษ์เด่นมาก กลิ่นตะวันตกแรงทุกกระเบียดนิ้ว ไม่รู้ว่าพี่ยักษ์มีเรื่องอะไรในใจกับการทิ้งตัวตน ทิ้งอารยะเดิม ไปอยู่ในกรมทหาร ไม่แน่ใจว่าหนังต้องการเปรียบเทียบความเป็นหนังผีไทยผ่านตัวละครครอบครัวกลางหุบเขาและพี่ยักษ์คือตัวแทนหนังผีตะวันตกหรือไม่ เพราะในหนังการแต่งตัว การแสดงออกต่อบิดาการกระทำ วาจา ของยักษ์ที่แตกต่างจากคนที่บ้าน เสมือนหนังตะโกนบอกคนดูเป็นนัยๆผ่านยักษ์ว่าหนังผีไทยจะก้าวสู่ความเป็นสากลนับจากนี้
เพราะหนังใช้ความสากลเป็นหลัก ในบางฉากเราจะคุ้นตาในหนังสยองขวัญสากลจำนวนมากเรื่อง นำมาแทรกลงไปทีละนิดทีละหน่อย มันเลยไม่ใหม่สำหรับแฟนหนังผีอย่างเรา ซึ่งก็นั่นแหล่ะพักหลังมานี้หนังผีฝรั่งหรือแม้กระทั่งทางเอเชียก็หมดมุกพอสมควร มีดีที่ผีอินโดยังเร้าใจขึ้นมาบ้าง ช่วงหลังมานี้เราจึงหันไปเสพหนังจิตประเภทแทน
การใช้ช้ผีง็อกแหง็กคาแรคเตอร์ญี่ปุ่นเกาหลี สร้างความน่ากลัวได้ดี แต่ไม่มีกลิ่นอายความเป็นผีไทย พอหนังทำผีออกมาให้ดูเกินผีกลายเป็นปิศาจตัวหนึ่ง ความอินเลยลดลง ฉากจั้มป์สแกร์ไม่ได้มากมายแต่โผล่มาทีก็แอบสะดุ้งเหมือนกัน
ขนาดไม่ได้กลัวผีเรี่ยราดแต่ด้วยโทนของหนัง บรรยากาศก็ทำให้ใจสั่นได้อยู่เหมือนกัน ไม่แน่ใจว่าเพราะในโรงหนังเปิดแอร์จนหนาวหรือเพราะความกลัวทำให้ขนลุกเป็นระยะๆ
...............................
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น แรกเริ่มได้เล่าในพันทิป เป็นกระทู้สุดฮอตที่เราก็ตามอ่านอย่างกระชั้นชิดติดขอบจอ คุณธีร์คนเขียนเล่าได้บรรยากาศน่ากลัวมาก อ่านไปขนลุกไป หนังนี่ปรับบทให้น่ากลัวขึ้นแต่กลับไม่น่ากลัวเท่าตอนอ่าน อาจเพราะจินตนาการของเราสามารถไปไกลเกินกว่าที่จะหนังจะทำได้ ฉากที่ควรน่ากลัวหรือเป็นจุดไคลแม็กซ์กลับไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ควรจะเป็น
ถามว่าหนังผีไทยน่ากลัวไหม? พักหลังๆมานี้หนังผีไทยพัฒนาขึ้นมาก ทั้งบท ทั้งภาพ ทั้งซาวด์ แต่ถามว่ามีสเน่ห์ไหม เราว่าสเน่ห์มันลดลงเพราะเราอิงความอินเตอร์มากขึ้น พออิงมากไปเสน่ห์ที่ควรจะมีมันกลับหายไป น่ากลัวไหม ดีไหม บอกเลยว่าดีมาก แต่ดูจบก็จบไม่ได้อินตามกลับบ้านด้วย
สิ่งที่ดีงามที่สุดสำหรับเราคือแบร์รี่ พอเป็นแบร์รี่ทุกอย่างเลยดูซอท์ฟ ดูไปยิ้มไป บ้าบอ
ถามว่าควรดูไหมควรดูฮะ หนังดีจริง แต่ขัดใจที่หล่อสวยกันไปหมด มันเลยสัมผัสไม่ได้ถึงความบ้านๆ ซึ่งหนังควรจะบ้านได้มากกว่านี้ตามบริบทชนบทปี 2515







ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น